น้ำว่านหางจรเข้(Aloevara juice)
ความเป็นมา
ดูเผินๆอาจเข้าใจว่าต้นอโลเวร่าเป็นพืชประเภทเดียวกับต้นกระบองเพชร แต่ที่ถูกต้องต้นพืชนี้จัดอยู่ในตระกูลลิลลี่ ( Lily ) มีแหล่งกำเนิดดั้งเดิมอยู่แถบชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียลและตอนใต้ของอัฟริกา แยกเป็นพันธ์ต่างๆ ถึง 300 ชนิด มีทั้งที่ขนาด ใหญ่มากและเล็กมาก บางพันธ์สูงเพียงสิบเซนติเมตร ลักษณะของต้นอโลเวร่าคือ มีใบปลายแหลม รอบใบหยัก และมีหนาม เนื้อในมีน้ำคล้ายวุ้น เป็นเมือกเหนียวซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์ คำว่า อโล (ALOE) เป็นภาษากรีกโบราณ ซึ่งแผลงลงมาจากคำว่า ALLAL แปลว่า รสฝาดหรือขมในภาษายิวเดิมที่ต้นอโลเวร่าเป็นพืช ในเขตร้อน ต่อมาถูกนำไปแพร่พันธ์ทั้งในยุโรป และเอเชีย ชาวจีนโบราณใช้อโลเวร่าเป็นส่วนสำคัญในการปรุงยาสมุนไพร จีนมานานหลายพันปี ส่วนชาวรัสเซียเรียกพืชชนิดนี้ว่า ยาอายุ วัฒนะ (The Elixir of Longevity) และในตำรายาของกรีก ราวต้นคริสต์ศตวรรษบันทึกไว้ว่า ชาวกรีกได้นำอโลเวร่ามาใช้รักษาโรคนอนไม่หลับ ผมร่วง โรคในช่องปากโรคไต ผิวหนัง พอง ผิวถูกแดดเผา ผิวด่างดำ บำรุงผิวและระงับอาการปวด ประวัติศาสตร์บางตอน จารึกว่า อริสโตเติ้ลได้กราบทูลพระเจ้า อเล็กซานเดอร์มหาราชให้นำทัพไปยึดเกาะโซโครโต ซึ่งอยู่ชายฝั่งตะวันออกของอัฟริกา เพื่อนำต้นอโลเวร่ามารักษาบาด แผล ให้กับทหารที่เกิดจากการสู้รบ นอกจากนี้ในคัมภร์ไบเบิ้ล (จอห์น19:39) มีจารึกไว้ว่าน้ำชโลมพระศพพระเยซูมีส่วนผสม ของอโลเวร่าอยู่ด้วย
สารอาหาร
สถาบันวิจัยเกี่ยวกับอโลเวร่า ( Aioe Vera Research Institute) ที่เมืองไซเพรส (Cypress)รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ได้ทำ การศึกษาและวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์พบว่าต้นอโลเวร่าประกอกบด้วยกรดอะมิโนเรียงตามตัวอักษรดังนี้Alanin.Arginin .
Asparaginacid . Glutaminacid . Serin . Glyzin . Histidin . Lysin . Methionin . Plolin . Tyrosin . เกลือแร่ ( Mineral ) อีกทั้ง7 ชนิด คือ Iron . Calcium . Caiium Carbonate . Magnesium. Mangannese. Sodim. Zine นอกจากนี้อโลเวร่า ยังอุดมด้วย วิตามิน A, B1, B2,B6, B12, C, E, และ choline
สรรพคุณ
ดร.โชเอดะ โมโมเอะ ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิชีวนะสารที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ได้วิจัยต้นอโลเวร่าเมื่อพ.ศ. 2540โดยนำสารละลาย ของอโลเวร่ามากรองแล้วนำไปแช่แข็งจากนั้นจึงสกัดเป็นผงแล้วสกัดอีกครั้งด้วยน้ำและแอลกอฮอล์แล้วตรวจวัดทันทีพบสาร ตะกอน เดิมทราบแต่เพียงว่า อโลเวร่ามีสารสองชนิด คือ สารอโลอิน และสารอะโลไอโมตินแต่ดร.โชเอตะได้ค้นพบสารใหม่
ที่ ออกฤทธเป็นยาอีก3 ชนิด คือ
1. อะโลติน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคและเชื้อรา
2. อะโลติน มีฤทธิ์ยับการเติบโตของเนื้องอก
3. อโลอูรซิน มีฤทธิ์ช่วยสมานแผล
ด้วยองค์ประกอบสำคัญดังกล่าวมาแล้วข้างต้น อโลเวร่าจึงมีคุณประโยชน์สำคัญในการบรรเทาโรคต่างๆดังต่อไปนี้
โรค และ อาการ สรรพคุณ
1. โรคกระเพาะอาหาร ใช้เป็นยาบำรุงกระเพาะอาหารได้ดี ช่วยปรับการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้
2. โรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กตอนต้น ช่วยในการสมานแผล ใช้รักษาแผลในอวัยวะย่อยอาหาร
3. ท้องผูก ยางสีเหลืองที่ผิวใบมีสารอโลอิน กับสารอโลอีนิน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย
4. ความดันโลหิตสูง ช่วยให้หลอดเลือดอ่อนนุ่ม และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
5. ความดันโลหิตต่ำ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้กระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายดำเนินไปด้วยดี
6. ไข้หวัด ระงับการขยายตัว และทำลายเชื้อไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของไข้หวัด
7. หอบหืด ช่วยขจัดต้นเหตุของการแพ้ (ต้องใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา1-2 เดือน จึงจะเห็นผล)
8. เบาหวาน ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหาร ใช้เป็นยารักษาควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบันจะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้ผลดีขึ้น
9. โรคตับอักเสบ ช่วยสลายพิษในร่างกายได้ จึงช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของตับได้ดี
10. เมารถ- เมาเรือ ช่วยระงับประสาทขจัดอาการอ่อนเพลีย ช่วยบรรเทาอาการเมารถ เมาเรือ
11. แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกใช้ฆ่าเชื้อป้องกันอาการอักเสบและการติดเชื้อแทรกซ้อนได้และยังกระตุ้นให้ผิวหนังกลับคืนสู่
สภาพได้เร็ว
12. ฮ่องกงฟุต ช่วยทำลาย และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค บรรเทาอาการปวดและคันได้
13. ตาปลา ช่วยให้ผิวส่วนที่หยาบกร้านอ่อนนุ่มขึ้น และกำจัดตาปลาได้
14. ปวดฟันและโรคเหงือก ใช้แก้อักเสบ ป้องกันความเจ็บปวดเฉียบพลัน ลดอาการปวดฟันเนื่องจากฟันผุเป็นการชั่วคราว
15. ช่องปากอักเสบ ว่านหางจระเข้สามารถฆ่าเชื้อโรคประเภท Steptococcus และเชื้อโรคอื่นๆได้ทำให้อาการอักเสบหายเร็วขึ้น