ไม่มีอาหารชนิดใดที่กล่าวว่าดีต่อทุกๆ คนเพราะแต่ละบุคคลได้ถูกธรรมชาติสร้างสรรค์เป็นพิเศษ
และถูกควบคุมด้วย รหัสพันธุกรรม ( DNA ) ส่วนตัวที่กำหนดให้สารโปรตีนในแต่ละบุคคล
เป็นเอกลักษณ์เฉพาะหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือDNAของ คุณไม่เหมือนกับของใครๆในโลกนี้เลยดังนั้น
ปฏิกิริยาทางชีวเคมีในร่างกายของคุณเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลแตกต่างจาก บุคคลอื่นอาหาร
ที่ดีต่อบุคคลหนึ่งอาจจะส่งผลร้ายกับอีกบุคคลหนึ่งได้นั้นเป็นความจริงที่ปรากฏให้เห็นในที่นี้เราจึง
จะกล่าว ถึง ชนิดอาหารที่เหมาะสมอาหารที่ดีและอาหารที่อาจจะส่งผลร้ายต่อลักษณะเฉพาะของ กลุ่มคนที่มีคุณสมบัติบางประการที่ ี่ใกล้เคียงกันตามชนิดของโปรกตีนในเลือดซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ
ที่มีอยู่ในกลุ่มบุคคลที่มีกรุ๊ปเลือดเดียวกันที่ส่งผลโดยตรงต่อ ลักษณะของระบบย่อยอาหารประสิทธิภาพของการนำอาหารใช้ขบวนการกำจัดออกจากร่างกาย สภาวะกายสร้างพลังงาน การสะสมพลังงาน(สะสมไขมัน)การกักเก็บน้ำไว้ในร่างกายต่ำน้ำหนักตัว
ตลอดจนสุขภาพกายโดยรวมและ ยังส่งผลถึงสภาพ จิตใจด้วย
วิวัฒนาการของกรุ๊ปเลือด
การเกิดกรุ๊ปเลือดในยุคต้นมนุษย์โบราณทุกคนมีลักษณะของเลือดหรือโปรตีนในเลือดเหมือน กันทุกคน คือ กรุ๊ป o เมื่อมีการ เคลื่อนย้ายถิ่นฐาน ตลอดจนสภาพภูมิอากาศ ลักษณะอาหารเปลี่ยน แปรไปจากแอฟริกาเคลื่อนตัวไปทาง เมดิเตอร์ เรเนียนใน ยุคราว 15,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช และเริ่มอยู่รวมกันมากขึ้นมีอุบัติการณ์การเกิดโรคระบาดเช่น อหิวาตกโรค โรคฝีดาษ ตลอดจน กาฬโรค ซึ่งเกิดจากสภาวะสุขอนามัยที่ไม่ดี มีการติดเชื้อมากขึ้นส่งผมให้ร่างกายของมนุษย์ยุคนั้นเริ่ม พัฒนาระบบภูมิคุ้มกันชนิดใหม่ๆ ขึ้นมา จึงเกิดบุคคลกลุ่มที่มีเลือดกรุ๊ป A ต่อมาจึงมีการอพยพ ย้ายถิ่นฐานแบ่งออกเป็นสอง สาย พวกหนึ่งไปทางยุโรป อีกพวกหนึ่งมาทางเอเชียและตั้งถิ่นฐานในแถบมองโกเลียโดยทางมองโกเลียมนุษย์เริ่มมีการเลี้ยง สัตว์ และการ เพาะปลูก ลักษณะอาหารจึงเริ่มเปลี่ยนไป ทำให้ชนกลุ่มมองเลียมีกรุ๊ปเลือดชนิดใหม่เป็นกรุ๊ป Bส่วนกรุ๊ปสุดท้าย ที่เกิดหลังสุดเมื่อ ราว 500 ปีก่อนคริสต์ศักราชนี้เอง คือ กรุ๊ป ABในบุคคลที่มีเลือดกรุ๊ปเดียวกันนั้นจะมีรหัสข้อมูลทางพันธุ กรรมของบรรพบุรุษที่ใกล้เคียงกันแฝงมาด้วย ซึ่งเราสามรถจำแนกลักษณะเด่นของแต่ละ กลุ่มได้ดังนี้
เลือดกรุ๊ป O
เป็นกลุ่มที่เกิดก่อน หรือเรียกว่ายุคต้นลักษณะเด่นคือ ระบบย่อยอาหารจะย่อยพวกเนื้อสัตว์ได้ดีแต่ย่อยพวกธัญพืช
โดย เฉพาะข้าวสาลี ไข่ และนมได้ไม่ดี
เลือดกรุ๊ป A
เป็นกลุ่มที่ย้ายถิ่นฐานมาทางเมดิเตอร์เรเนียนวิวัฒนาการช่วงดังกล่าวมีการบริโภคพืชเป็นหลัก ระบบย่อยอาหารไม่ เหมาะต่อการบริโภคเนื้อสัตว์ รวมทั้งไข่และนมก็ย่อยได้ไม่ดีเช่นกัน
เลือดกรุ๊ป B
เป็นกลุ่มที่มีลักษณะเด่นในเรื่องระบบย่อยอาหารแบบสมดุล สามารถย่อยได้ดีทั้ง ผลิตภัณฑ ์จากเนื้อสัตว์ ไข่ นม และ ผัก ควรบริโภคกึ่งกลางได้ทั้งผักและเนื้อสัตว์แต่ส่วนมากจะมีปฏิกิริยา ปฏิเสธต่อเนื้อสัตว์ค่อนข้างรุนแรง
เลือดกรุ๊ป AB
เป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นมาหลังสุดมีคุณสมบัติแฝงมาทั้งของกรุ๊ป A และกรุ๊ป B แต่มีแนวโน้มใกล้กับ กรุ๊ป A มากกว่าคือ ไม่ เหมาะสำหรับการบริโภคเนื้อสัตว์ปริมาณมากๆ แต่ยังย่อยผลิตภัณฑ์นมได้ดี มีปฏิกิริยาปฏิเสธต่อเนื้อสัตว์จะเห็นได้ว่า กลไก การวิวัฒนาการของอาหารสัมพันธ์ต่อการปรับตัวของระบบย่อยอาหารและระบบภูมิคุ้มกันควบคุมกันต่อไป ดังนั้นองค์ประ กอบขององค์มูลความรู้พื้นฐานที่สำคัญเกี่ยวกับสารอาหารกับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับร่างกายที่แตกต่างกันภายหลังจากร่างกาย ได้รับสารอาหารนั้นๆจะเป็นตัวกำหนดว่าอาหารใดเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพของคนกลุ่มหนึ่งแต่อาจจะเป็นอาหารที่ก่อให้เกิด ปฏิกิริยาต่อต้านแก่บุคคลอีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนที่ขาดหายไปของข้อมูลความรู้คือ เล็คติน (Lactin) ที่เป็นสารประกอบที่มีอยู่ในสิ่ง มีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ หรืออินทรีย์ วัตถุใดๆ จะมีเล็คตินเฉพาะสารนั้นๆซึ่งมีความเหนียวและทำหน้าที่เหมือน กาว เมื่อมีสารเล็คตินจาก อาหารที่ทำปฏิกิริยากับเล็คตินของบุคคลนั้น ๆ และเกาะจับกันอย่างแน่นก็จะส่งผลรบกวนต่อขบวน การย่อย การนำไปใช้ ตลอดจนขบวนการขับไปทิ้งของร่างกาย และจะทำให้เกิดปฏิกิริยาในการต่อต้านหรือการปฏิเสธของ ร่างกาย ซึ่งส่งผลทำให้เกิดกระบวนการเกาะติดสะสม (Agglutination)ในร่างกายและในระบบหลอดเลือดได้ซึ่งล้วนแต่จะทำ ให้กลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาว และยังจะส่งผลไปถึงความสามารถในการควบคุมน้ำหนักตัว
สารประกอบเล็คติน (Lectin)
ก่อนที่เราจะเข้าถึงความจำเป็นว่าในชีวิตประจำวันของเราควรจะบริโภคอะไร หรือควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทใด
บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งของทุก ๆ คนเรามาทำความรู้จักเจ้าสารที่ชื่อว่า เล็คตินนี้ให้ดีกันสักหน่อย เพราะจะเป็นผู้มีอิทธิพล ต่อชีวิต ความเป็นอยู่ของเราทุกเมื่อเชื่อวัน และอาจจะเป็นกุญแจสำคัญของชีวิตที่จะนำทางไปสู่ประตูแห่งความสำเร็จใน หลายๆ เรื่องเริ่มตั้งแต่ กินอาหารน้อยๆ แต่อิ่มได้นานมีเรี่ยวแรงมากขึ้น ท้องไม่อืดเพราะสร้างแก๊สน้อยลง ไม่เรอเหม็น เปรี้ยว ไม่มีกลิ่นปาก-กลิ่นตัว สมองปลอดโปร่งแจ่มใส ไม่ง่วงเหงาหาวนอน การทำงานของ อวัยวะ ต่างๆ ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีภูมิต้านทานโรคที่ดีขึ้น แข็งแรงทนทานไม่ป่วยง่ายและที่สำคัญคือ การควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม สามารถทำได้ง่ายขึ้น การทำปฏิกิริยาซึ่งกันและกันระหว่างเล็คติน ในร่างกายกับเล็คตินในสารอาหารที่ทานเข้าไป เป็นขบวนการที่น่าอัศจรรย์ที่ ถ่ายทอดกันมาทาง พันธุกรรมเกิดขึ้นมาเป็นหลายหมื่นปีแล้วจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ปฏิกิริยาที่เคยเกิดขึ้นกับบรรพบุรุษเป็น อย่างไรในยุคปัจจุบันนี้ก็ยังคงเกิดขึ้นกับลูกหลานเช่นกัน เมื่อกล่าวถึงเล็คตินให้นึกถึงกาวที่มีความเหนียวชนิดหนึ่งซึ่งมีคุณ สมบัติเมื่อเจอกับเล็คตินจำพวกใดอีกจำพวกหนึ่งแล้วอาจจะก่อให้ปฏิกิริยาจับซึ่งกันและกัน แล้วตกตะกอนไปเกาะติดตามที่ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ลิ้น ผิวกระเพาะ ผิวลำไส้ ตับ เลือด ไต เนื้อเยื่อสมองและเม็ดเลือดแดง ยกตัวอย่างคนมีเลือดกรุ๊ป A กินถั่ว ปากอ้า (Lima Bean) ซึ่งมีโปรตีนมีองค์ประกอบคล้ายกับที่มีในเลือดของคนกรุ๊ป B คนที่มีเลือดกรุ๊ปAจะแสดงอาการต่อต้าน มีการตกตะกอนของเลือด แล้วไปเกาะติดกับอวัยวะต่างๆ และตะกอนนั้นๆ ยังมีคุณสมบัติ เหมือนแม่เหล็ก (Magnetic Effect) มีผลต่อเซลในบริเวณดังกล่าวให้เกาะติดซึ่งกันและกันแล้วเสื่อมสภาพลงแปรสภาพเป็นเสมือนสารแปลกปลอมที่เข้าสร่างกาย กลายเป็นเป้าหมายให้ระบบภูมิคุ้มกันเราต้องทำงานในการกำจัดทิ้ง ในปัจจุบันงานวิจัยเกี่ยวกับโภชนาการ ที่เกี่ยวข้องกับ สุขภาพเป็นไปอย่างกว้างขวาง มีการทดลองสกัดเอาสารเล็คตินในสารอาหาร แต่ละชนิด มาหาความสัมพันธ์กับคนในกลุ่ม เลือดกรุ๊ปเลือดต่างๆ รวบรวมไว้แล้วให้คำแนะนำถึงแนวโน้มในที่จะก่อให้เกิดสภาวะการ เกิดตกตะกอนและเกาะติดในอาหาร แต่ละชนิด ทำให้การแนะนำโภชนาการเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำมากขึ้นหรือแม้กระทั่งสามารถตรวจดูปฏิกิริยาเป็นราย บุคคลเพื่อให้เกิดความละเอียดมากขึ้น เพราะแต่ละบุคคในกลุ่มเลือดเดียวกัน ก็ยังมีความแตกต่างในรายละเอียดซึ่งขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันได้เช่น นายก.ชอบกินกล้วยเป็นประจำเป็นระยะเวลานานๆ ถึงแม้เลือดจะไม่ไวต่อการเกาะ ติดกับเล็คตินของกล้วยไว้มากเกินไป ก็จะสามารถส่งผลก่อให้เกิดปฏิกิริยาการตกตะกอน และเกาะติดสะสมได้ดังนั้น หลัก
การโดยทั่วไปคือ เลือกรับประทานอาหารในกลุ่มที่ถูกกับชนิดที่ชอบซ้ำซากจำเจ และที่สำคัญที่สุดคือ พยายามหลีกเลี่ยงอา หารที่อาจจะก่อให้เกิด ปฏิกิริยาตกตะกอนและเกาะติดของอาหารชนิดนั้นตามที่รหัสพันธุกรรมของเราถูกกำหนดมาแล้วตาม บรรพบุรุษเพื่อสุขภาพที่ดี และการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมนั้นเอง
การเลือกอาหารตามกรุ๊ปเลือด
เป็นการเลือกสารอาหารตามงานวิจัยต่างๆ โดยเฉพาะผลงานของ ดร.ปีเตอร์ เจ.ดี.อดาโม ผู้มีชื่อเสียงเป็นผู้เขียนหนัง สือ “Eat Right For Your Type” ผู้เขียนได้จับประเด็นมาเฉพาะบางส่วน ที่เหมาะสมกับคนไทยโดยเลือกรายการอาหาร
เฉพาะที่มีอยู่ในท้องตลาดของเราเท่านั้น โดยจะ แบ่ง อาหารออกเป็น 3 กลุ่ม
1. กลุ่มที่ให้ประโยชน์สูงสุด
2. กลุ่มที่รับประทานได้โดยไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน
3. กลุ่มที่ควรจะหลีกเลี่ยง
นอกจากนั้นยังได้ระบุถึงกลุ่มอาหารที่มีผลต่อการเพิ่มน้ำหนักตัวและลดน้ำหนักตัวในแต่ละกรุ๊ปเลือดด้วย
การเลือกชนิดอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักในเลือดกรุ๊ป O
จากที่กล่าวมาในบทต้นๆ ว่าบรรพบุรุษของกรุ๊ป O เป็นนักล่า กินอาหารโปรตีนสูง ไขมันสูง แต่กินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต น้อย ระบบย่อยอาหารจึงทำหน้าที่ย่อยเนื้อสัตว์ได้ดี แต่ย่อยผลิตภัณฑ์จากนมได้ไม่ดีปัญหาใหญ่สำหรับกลุ่มนี้คือสารโปรตีน ที่มีอยู่ในแป้งข้าวสาล ี(WheatGluten) จะมีผลต่อขบวนการเมตะโบลิซึ่มของสารอิซูลินส่งผลทำให้ขบวนการเผาผลาญสาร อาหารอื่นๆขาดประสิทธิภาพลงและก่อให้เกิดการสะสมไขมันสูง ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มมาก
อาหารที่ส่งผลต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว
? โปรตีนจากข้าวสาลี ขนมปังและผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลีทุกชนิด
? ดอกกะหล่ำ
? ข้าวโพด
? ผักกาดขาว
? ผักกาดเขียว
อาหารที่มีผลต่อการลดน้ำหนักตัว
? คะน้า
? บล๊อคโคลี่
? อาหารทะเล
? ผักโขม
? เนื้อแดง
นอกจากนั้นแนะนำให้มีการออกกำลังกายหลักเป็นประจำจะมีผลทำให้การควบคุมน้ำหนักตัวได้ดียิ่งขึ้น
การเลือกชนิดอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักในเลือดกรุ๊ป A
บรรพบุรุษของเลือดกรุ๊ป A เป็นกลุ่มที่เริ่มมีการกสิกรรมควรเลือกอาหารสดและโดยเฉพาะผักปลอดสาร ที่ปลูกแบบ เกษตรอินทรีย์ ระบบย่อยผลิตภัณฑ์จากสัตว์ได้ไม่ดี เป็นคู่ตรงกันข้าม อย่าง ชัดเจนกับกลุ่มกรุ๊ป O แหล่งโปรตีนหลักควรได้ จากพืช เช่น เต้าหู้ ถั่วเหลือง หรือกล่าวได้ว่า การ ทานมังสะวิรัตเป็นผลดีต่อผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป A และควรหลีกเลี่ยงไข่และนม
อาหารที่ส่งผลต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว
? เนื้อสัตว์
? แป้งสาลี
? นม
อาหารที่ส่งผลต่อการลดน้ำหนักตัว
? น้ำมันพืช
? ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
? เต้าหู้
? สับประรด
การเลือกชนิดอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักในเลือดกรุ๊ป B
นับเป็นกลุ่มชนที่มีโอกาสที่เลือกสารอาหารได้หลากหลายมากที่สุดใน 4 กรุ๊ปเลือดเพราะได้ ้ปรับสมดุลปัจจัยทาง อาหารได้ แต่ระบบภูมิคุ้มกันมีความอ่อนไหวสูง โอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับ ระบบภูมิคุ้มกันเช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) และมัลติ เปิดสเคอโรซีส ได้สูง
อาหารที่ส่งผลต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว
? แป้งสาลีและผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลี เช่น ขนมปัง คุกกี้
? ข้าวโพด
? ถั่วลิสง
? งา
อาหารที่ส่งผลต่อการลดน้ำหนักตัว
? ผักใบเขียวเกือบทุกชนิด
? เนื้อ
? ไข่
ข้อกำหนดสำคัญสำหรับคนกลุ่มนี้ที่น่าจะมีความระมัดระวังเป็นพิเศษคือในกล้ามเนื้อของไก่จะมีสารเล็คตินที่จะทำให
้เกิดการตกตะกอน (Agglutination) ซึ่งจะส่งผลเสียต่อทั้งระบบหลอดเลือด และขบวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงหรือ เลิกรับประทานเนื้อไก่ โดยอาจจะเปลี่ยนเป็นไก่งวงเพราะจะไม่มีสารเล็คตินดังกล่าว
การเลือกชนิดอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักในเลือกกรุ๊ป AB
จะเป็นกลุ่มที่มีคุณสมบัติรวมๆกัน ระหว่างเลือดกรุ๊ป A และกรุ๊ป B จุดอ่อนของคนกลุ่มนี้ อยู่ที่ี่กระเพาะอาหารผลิตกรด ได้น้อย ถึงแม้บริโภคเนื้อสัตว์ได้แต่ควรบริโภคแต่น้อยเท่านั้น
อาหารที่ส่งผลต่อการเพิ่มน้ำหนักตัว
? เนื้อแดง หมู วัว
? เมล็ดธัญพืช
? ถั่วปากอ้า
? ข้าวโพด
? แป้งสาลี
อาหารที่ส่งผลต่อการลดน้ำหนักตัว
? โปรตีนจากถั่วเหลือง (เต้าหู้)
? อาหารทะเล
? ผลิตภัณฑ์จากนม
? คะน้า
? สับปะรด
ข้อควรระวังที่สำคัญ จะเหมือนคนกลุ่ม B หรือควรหลีกเลี่ยง หรือเลิกบริโภคเนื้อสัตว์ เพราะมีีเล็คตินก่อให้เกิดสภาวะ การตกตะกอน (Agglutination) ได้ แต่ขณะเดียวกันไข่ไก่กลับเป็นอาหาร ชั้นดีสำหรับคนกลุ่มนี้ยังมีข้อมูลสำคัญกล่าวถึง เล็คตินต่างๆที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวโยงไปถึงสภาวะการ เกิดโรคเรื้อรังเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคภูมิแพ้ โรคระบบประสาท โรคระบบ ทางเดินอาหาร โรคตับ โรคไต โรคมะเร็งซึ่งภายหลังจากผู้ที่ประสบปัญหาได้มีการเรียนรู้หลัก การบริโภคเพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะการที่เล็คตินตกตะกอน (Agglutination)แล้วปฏิบัติตามสภาวะการของโรคต่างๆ จะมีการฟื้น ตัวดีขึ้น มีผลต่อสุขภาพให้ดีอยู่ได้อย่างยืนยาว ตลอดจนสามารถใช้ศักยภาพ ของร่างกายได้เต็มประสิทธิภาพที่ธรรมชาติ ิได้จัดเตรียมเลือกสรรให้ตามลักษณะทางพันธุกรรมได้เป็นอย่างดี ขอกล่าวว่าธรรมชาติได้จัดเตรียมเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุด พิเศษที่สุดสำหรับมนุษย์แต่ละคน มาให้แล้วเพียงแต่เราจะมีความรู้ทันสิ่งที่ธรรมชาติได้มอบมาให้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนหรือ เปล่าเท่านั้นเอง
การเลือกอาหารเพื่อสุขภาพในเลือดกรุ๊ป O
อาหารที่ให้ประโยชน์สูงสุด
เนื้อ เนื้อวัว,เนื้อแพะ,เนื้อแกะ,อาหารทะเลเช่น ปลา
ธัญพืช เมล็ดฟักทอง,ลูกวอลนัท,ลูกพรุน
ผัก ผักคะน้า,ผักโขม,บล๊อคโคลี่,ผักกาดขาว,ฟักทอง,มันฝรั่ง,ผักชี,หัวหอม,กระเทียม,สาหร่าย
อื่นๆ น้ำมันมะกอก,น้ำมันเมล็ดปอ
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
นม/เนย หมูรวมไปถึงแฮม เบคอน,ห่าน,ปลาดุก,ปลาหมึกสาย
ธัญพืช แป้งสาลีและผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลี,ข้าวโพด,คอร์นเฟรก,ถั่วลิสง,เม็ดมะม่วงหิมพานต์
ผัก ผักกาดเขียว,ดอกกะหล่ำ
ผลไม้ ส้ม,มะพร้าว,แคนตาลูป,อะโวคาโด
อื่นๆ น้ำมันจากถั่วลิสง,น้ำมันจากดอกคำฝอย,น้ำมันจากข้าวโพด
อาหารรับประทานได้โดยไม่มีปฏิกิริยา
เนื้อ ไก่และเป็ด,กุ้ง,หอย,ปู,ปลากะพง ปลาเก๋า ปลาทูน่า
ธัญพืช ข้าวเจ้า,ข้าวบาร์เลย์,ถั่วอัลมอนด์,เมล็ดทานตะวัน,งา,เต้าหู้
ผัก หน่อไม้,แอสพารากัส,มะเขือเทศ,เห็ด,ขิง
ผลไม้ แอบเปิ้ล,องุ่น,ฝรั่ง,มะละกอ,แตงโม,กล้วย,อินทผาลัม
การเลือกชนิดอาหารเพื่อสุขภาพในเลือดกรุ๊ป A
อาหารที่ให้ประโยชน์สูงสุด
นม/เนย นมถั่วเหลือง
ธัญพืช ผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลี,เมล็ดฟักทอง,ถั่วทุกชนิด,ถั่วลิสง,โซบะ,เต้าหู้
ผัก ผักคะน้า,ผักโขม,บล๊อคโคลี่,ผักกาดขาว,แครอท,ฟักทอง,ต้นหอม,กระเทียม
ผลไม้ สับประรด,มะนาว,ลูกพรุน,ลูกเชอร์รี่
อื่นๆ น้ำมันมะกอก
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
เนื้อ ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์
ธัญพืช เม็ดมะม่วงหิมพานต์,ถั่วฟิตตาโซส,มันฝรั่ง,เผือก
ผัก ผักกาดจีน,มะเขือยาว,มะเขือเทศ
ผลไม้ กล้วย,มะละกอ,มะพร้าว,แคนตาลูป
อื่นๆ น้ำมันจากข้าวโพด,น้ำมันจากดอกคำฝอย,น้ำมันงา,น้ำมันถั่วเหลือง
อาหารที่รับประทานได้โดยไม่มีปฏิกิริยา
เนื้อ ปลาได้บางชนิด อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง
ผัก ดอกกะหล่ำ,หน่อไม้,แอสพารากัส,เห็ด,ผักชี
ผลไม้ ฝรั่ง,องุ่น,แตงไท,แอบเปิ้ล,อโวคาโด,อินทผลัม,ลูกเกด
การเลือกชิดอาหารเพื่อสุขภาพในเลือดกรุ๊ป B
อาหารที่ให้ประโยชน์สูงสุด
นม นม,เนย,ผลิตภัณฑ์จากนม,ไข่
เนื้อ แพะ,แกะ,ไก่งวง,ปลาทะเล,โดยเฉพาะปลาเนื้อขาว
ผัก ผักใบเขียว,เห็ด
ผลไม้ กล้วย,มะละกอ,สับประรด
อื่นๆ น้ำมันมะกอก
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
เนื้อ หมู,ไก่,เป็ด,ห่าน,กุ้ง,หอย,ปู
ธัญพืช แป้งสาลี,ข้าวโพด,ถั่วเหลือง,ถั่วลิสง
ผัก ฟักทอง,มะเขือเทศ
ผลไม้ มะพร้าว
อาหารที่รับประทานได้โดยไม่มีปฏิกิริยา
เนื้อวัว
ผัก หน่อไม้,แอสพารากัส,ผักโขม,แตงกวา,เห็ด,ผักชี,ขิง,กระเทียม
ผลไม้ ส้ม,มะนาว,ลูกพรุน
การเลือกชนิดอาหารเพื่อสุขภาพในเลือดกรุ๊ป AB
อาหารที่ให้ประโยชน์สูงสุด
ไข่
เนื้อ แพะ,แกะ,ไก่งวง,ปลากะพงแดง
ธัญพืช ข้าวกล้อง,มันฝรั่ง,เต้าหู้
ผัก ผักกาดเขียว,คะน้า,ดอกกะหล่ำ,บล๊อคโคลี่,มะเขือยาว,แตงกวา,แครอท,เห็ด
ผลไม้ มะละกอ,องุ่น
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
เนื้อ หมู,วัว,ไก่,เป็ด,ห่าน
ธัญพืช เมล็ดทานตะวัน,เมล็ดฟักทอง,งา,ข้าวโพด
ผลไม้ กล้วย,ส้ม,ฝรั่ง,มะพร้าว,มะม่วง,อโวคาโด
อาหารที่รับประทานได้โดยไม่มีปฏิกิริยา
ผัก แอสพารากัส
ผลไม้ แอบเปิ้ล,สับปะรด,ลูกแพร,ลูกพรุน,ลูกเกด,อินทผาลัม